วันที่ 16 มิถุนายน 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 2/2569 ณ อาคารรับรอง 606 สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง กรุงเทพมหานคร โดยมีพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี คณะกรรมการบริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูง ตามแนวพระราชดำริให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน
ประธานแจ้งต่อที่ประชุมว่า มูลนิธิโครงการหลวงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำชื่อ “ควีนสุทิดา” (Queen Suthida) เป็นนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานนามแก้วมังกรสายพันธุ์ใหม่ว่า “Princess Sirivannavari Dragon Fruit” นับเป็นขวัญกำลังใจสำคัญต่อการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของมูลนิธิโครงการหลวง
ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีมติรับทราบผลการดำเนินงานสำคัญ พร้อมแผนงาน และงบประมาณประจำปี 2570 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่สูงในระยะยาว นอกจากนี้ ได้ติดตามผลการดำเนินงานของ มูลนิธิโครงการหลวงในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งขับเคลื่อนงานภายใต้ 6 กลยุทธ์สำคัญ ครอบคลุมการวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาองค์ความรู้ การพัฒนาชุมชน การส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการตลาดเพื่อสังคม โดยมีผลงานเด่น อาทิ การวิจัย และขยายพันธุ์พืชพระราชทานเอเดลไวส์ การพัฒนากุหลาบควีนส์สุทิดา และแก้วมังกรสีเหลือง การอนุรักษ์ป่าชาโบราณ และการผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กาแฟในพื้นที่โครงการหลวง ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชนและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ด้านการพัฒนาชุมชน มูลนิธิโครงการหลวงได้พัฒนาชุมชนต้นแบบแล้ว 8 ชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรสมาชิกกว่า 10,821 ราย สร้างรายได้คืนเกษตรกรกว่า 693 ล้านบาท พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงอย่างสมดุลและยั่งยืน
ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก ซึ่งเป็นศูนย์ต้นแบบแห่งแรกในรัชสมัยปัจจุบัน มีผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทความก้าวหน้าร้อยละ 83 สามารถพัฒนาระบบน้ำแล้วเสร็จ 6 โครงการจาก 7 โครงการ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้แก่เกษตรกรสมาชิก ควบคู่กับการปลูกป่าวนเกษตร การส่งเสริม การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า และการให้บริการสุขศาลาเชิงรุกแก่ประชาชนในพื้นที่ ความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนแม่บท ร้อยละ 83 ส่วนสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายผลแนวทางการพัฒนาจากพื้นที่สูงสู่พื้นที่ราบสูงแห่งแรกในรัชสมัยปัจจุบัน ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์แก่ราษฎร ส่งเสริมการทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและผู้สนใจ โดยมีผลการดำเนินงานตามแผนความก้าวหน้าร้อยละ 90
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา สามารถขับเคลื่อนแผนงานได้กว่าร้อยละ 72 ของเป้าหมายทั้งปี สะท้อนการสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาพื้นที่สูงผ่านการวิจัย องค์ความรู้ นวัตกรรม การสร้างอาชีพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานสนับสนุนและภาคีเครือข่ายกว่า 30 หน่วยงาน ที่ร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนบนพื้นที่สูงให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ที่ประชุมได้พิจารณรูปแบบ และกิจกรรมที่จะเข้าร่วมการประชุม 2026 IMF-World Group Annual Meetings
โอกาสนี้ องคมนตรีได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการบริหารและหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการหลวงมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงยึดกรอบพระบรมราโชบายของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์เป็นแนวทางสำคัญ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป


