
สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์นัมเกล วังชุก ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะผู้แทนจากมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดย พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นผู้นำคณะเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567 และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับผลสำเร็จในความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง และกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ ราชอาณาจักรภูฏาน
ราชอาณาจักรภูฏานและราชอาณาจักรไทยมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยาวนาน เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันในหลายอย่าง อาทิ การไม่เคยเป็นเมืองขึ้น การนับถือศาสนาพุทธ และมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชน โดยทรงมีพระราชบิดา และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นต้นแบบในการปกครองบ้านเมือง และดูแลประชาชนนอกจากนี้ยังทรงให้ความสำคัญกับ Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์นัมเกล วังชุก ทรงศึกษาวิเคราะห์และประเมินศักยภาพของประเทศ และประชากร รวมทั้งทรงศึกษาเรื่องระบบการบริหารประเทศ โดยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการประเทศเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นราชอาณาจักรภูฏานดั้งเดิมยังคงไว้ และสร้างส่วนที่เป็นราชอาณาจักรภูฏานในระบบใหม่ขึ้นมา เรียกว่า โครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Gelephu Mindfulness City ซึ่งเป็นเขตเมืองที่จะได้รับการพัฒนาในระบบสมัยใหม่ ทั้งคน เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของราชอาณาจักรภูฏาน และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยการดำเนินงานได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ อาทิ สวีเดน อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และไทย โดยทรงวาง Road Map การพัฒนาไว้ในอีก 15 ปี
จากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2544 ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร และเชิญคณะโครงการหลวงไปเยือนราชอาณาจักรภูฏาน ต่อมาใน พ.ศ. 2546 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตั้งโครงการหลวงภูฏานขึ้น ใน พ.ศ. 2555 โดยมีโครงการหลวงของไทยเป็นต้นแบบ
ความร่วมมือยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีการลงนามครั้งแรก ระยะที่ 1 พ.ศ. 2558-2562 ใจความคือ โครงการหลวงสนับสนุนการสาธิตเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอก และพืชสวน รวมทั้งการแปรรูปผลผลิต และการตลาด การพัฒนาแผนผังภูมิทัศน์ จัดทำแปลงสาธิตในพื้นที่โครงการหลวงภูฏาน 2 แห่ง คือ เดเชนโชริง เมืองทิมพู และ ชิมิปัง เมืองพูนาคา พร้อมให้ความรู้ในแนวทางพัฒนาแบบโครงการหลวงแก่เจ้าหน้าที่ของราชอาณาจักรภูฏาน สนับสนุนต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รี และอาโวคาโด จัดฝึกอบรมดูงานในพื้นที่โครงการหลวง อีกทั้งร่วมพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงภูฏานให้เป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นแหล่งพักผ่อนเชิงเกษตรแก่ประชาชนชาวภูฏาน ผลผลิตที่ได้จากแปลงสาธิตยังจำหน่ายภายในประเทศ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้บางส่วนอีกด้วย
ผลสำเร็จในระยะที่ 1 ทำให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือระยะที่ 2 พ.ศ. 2563-2567 เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงหลวง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพื้นที่ปฏิบัติงานที่เป็นความร่วมมือของโครงการหลวงและประเทศภูฏาน ที่เรียกว่า โครงการหลวงภูฏาน มีจำนวนรวม 4 พื้นที่ ตั้งอยู่ใน 2 เมือง ได้แก่ 1. เมือง Thimphu ประกอบด้วย Dechencholing Royal Project เป็นพื้นที่ผลิตไม้ดอก Changkhaphu Royal Project เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงไม้สนประดับ รวบรวมพันธุ์ไผ่และพืชท้องถิ่น Nyzerka Royal Project เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงและผลิตต้นกล้าสำหรับตกแต่งภูมิทัศน์ 2. เมือง Punakha คือ Chimipang Royal Project เป็นแปลงสาธิต รวบรวมพันธุ์ ผลิตต้นกล้า และปลูกไม้ดอก ไม้ผล พืชผัก สมุนไพร และเห็ด
ในการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะมูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ครั้งนี้ เป็นการติดตามประเมินผลความก้าวหน้า รวมทั้งวางแผนความร่วมมือต่อเนื่องระยะ 3 ปี พ.ศ. 2568-2570 ซึ่งได้กำหนดการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยต่อไป



องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
06 มี.ค. 2569 15:12