องคมนตรีเป็นประธานในการบรรยายพิเศษในหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (ว.ก.ส.) รุ่นที่ 6

 15 มิ.ย. 2569 16:50   

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในการบรรยายพิเศษในหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (ว.ก.ส.)รุ่นที่ 6 ในหัวข้อเรื่อง “โครงการหลวง: การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุมจักรีบดินทร์ ชั้น 1 อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

โดยกล่าวถึงพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทยผ่าน โครงการหลวง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากสายพระเนตรอันยาวไกลและพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยทรงมุ่งแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่น การทำไร่เลื่อนลอย ความยากจน และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติด้วยแนวทาง “การพัฒนาทางเลือก” ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าไม้ ต้นน้ำ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี โครงการหลวงได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลสำเร็จของศาสตร์พระราชาอย่างเป็นรูปธรรม จากพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและเผชิญปัญหาความยากจน ได้เปลี่ยนผ่านสู่แหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจคุณภาพสูงและเกษตรปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคุณูปการงานวิจัยและการพัฒนาบนพื้นที่สูง ด้านมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่ากว่า 1,239,357 ล้านบาท ปัจจุบันมีพืชทางเลือกสร้างรายได้มากกว่า 280 ชนิด เกษตรกร มีรายได้เฉลี่ย 166,949 บาทต่อครัวเรือนต่อปี และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตทั้งในระดับประเทศและสากลอย่างต่อเนื่อง โครงการหลวงยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีพื้นที่ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรกว่า 1.7 ล้านไร่ ควบคู่กับการส่งเสริมระบบเกษตร ที่เหมาะสมตามศักยภาพพื้นที่ การอนุรักษ์ดินและน้ำ การลดการเผาในพื้นที่เกษตร และการพัฒนาชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางทรัพยากรของประเทศ ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงดำเนินงานผ่านสถานีวิจัยและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 40 แห่ง ครอบคลุม 8 จังหวัด ดูแลประชาชนกว่า 254,856 คน ใน 592 กลุ่มบ้าน ส่งผลให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และความเป็นอยู่

โอกาสนี้ องคมนตรีได้กล่าวถึงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด งานโครงการหลวงให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง “ชนกาธิเบศรดำริ” และสถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน รวมทั้งทรงพระราชทานแนวทางขยายผล “Royal Project Model” สู่พื้นที่ใหม่ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก และสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรในทุกภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการหลวงนับเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สะท้อนผลสำเร็จของการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ทั้งสองรัชกาล ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างความผาสุกแก่พสกนิกร ควบคู่กับการรักษาสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของประเทศสืบไป


   

   

   

   

   

   


 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ