
วันที่ 2 ธันวาคม 2567 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ “จากการพัฒนาทางเลือกมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน : เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการพัฒนาทางเลือก เพื่อรับมือการท้าทายทุกประเด็นของโลก” ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมวันแรก โดยองคมนตรีได้เป็นผู้แทนของมูลนิธิโครงการหลวงบรรยายในหัวข้อ “เส้นทางของโครงการหลวง 55 ปี สู่อนาคต”
จากสภาพปัญหาพื้นที่สูง ซึ่งเป็นแหล่งป่าต้นน้ำลำธาร และเป็นที่อาศัยของชนเผ่าที่ยากจน ขาดโอกาสเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และการช่วยเหลือจากรัฐบาล มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม คือ ถางป่าทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวไร่เพื่อดำรงชีพ ปลูกพืชเสพติดคือ ฝิ่น เพื่อใช้ในครัวเรือน และขายเป็นรายได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทราบปัญหาเหล่านี้จากการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจัดตั้งโครงการหลวงในปี พ.ศ. 2512 เพื่อช่วยเหลือชาวเขาตามหลักมนุษยธรรม พระราชทานหลักการและแนวทางดำเนินงานการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน โดยหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง พัฒนาด้วยความเข้าใจ เข้าถึง ตามขั้นตอนจากการวิจัย ส่งเสริม และการตลาด พืชเมืองหนาวได้เข้ามาทดแทนฝิ่น พร้อมกับการจัดการพื้นที่เพาะปลูกตามหลักวิชาการ และการพัฒนาสังคมควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เปลี่ยนพื้นที่ภูเขาหัวโล้นเป็นพื้นที่กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวงมีความต่อเนื่อง และพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อสนองพระบรมราโชบาย ทำให้ชาวเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข เกิดประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทย และประเทศชาติโดยรวม
55 ปี ของรูปแบบการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนของโครงการหลวง จึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีและได้รับการยอมรับโดยขยายการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ ป.ป.ส. มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) รัฐบาลได้นำไปปรับเป็นนโยบายด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับและเผยแพร่ในระดับสากล องค์การสหประชาชาติระบุเป็นแนวทางการปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนา และยกย่องให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบการพัฒนาทางเลือก มีบทบาทในเวทีนานาชาติ
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จึงเป็นประเด็นท้าทายการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาทางเลือกที่สามารถเผชิญได้ทุกมิติ โดยเฉพาะมิติยาเสพติด จากฝิ่นมาเป็นสารเคมีสังเคราะห์ จึงต้องร่วมระดมความคิด วิเคราะห์ในการเสริมสร้างกำลังให้กับการพัฒนาทางเลือก เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมั่นคงและยั่งยืน
จากนั้น Ms. Ghada Fathi Waly ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ได้กล่าวยืนยันว่า โครงการหลวงเป็นตัวอย่างความสำเร็จการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน จากพื้นที่ฝิ่นในอดีต 100,000 เฮกตาร์ ภายใน 50 ปีที่ผ่านมาลดลงเหลือเพียง 100 เฮกตาร์ หัวใจสำคัญคือการทำงานเพื่อต่อต้านความเปราะบาง และความสิ้นหวัง เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพื่อยุติการเพาะปลูกพืชที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเพื่อยุติเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดการเพาะปลูกอีกด้วย ในการประชุมพิเศษด้านยาเสพติดของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2559 ประเทศสมาชิกยืนยันความมุ่งมั่นของตนต่อนโยบายและแผนงานการพัฒนาทางเลือกที่ครอบคลุมและที่คณะกรรมาธิการว่าด้วยยาเสพติดในกรุงเวียนนา โดยได้นำมติระหว่างประเทศที่สำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาทางเลือก ซึ่งประเทศไทยนับว่ามีส่วนสำคัญ ที่แข็งแกร่งในทางปฏิบัติ มีกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลในการจัดการกับการเพาะปลูกพืชที่ผิดกฎหมาย ความท้าทายที่เราเห็นในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวของนโยบายการพัฒนาทางเลือก แต่คือความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายและเพิ่มผลกระทบของนโยบายเหล่านั้นให้สูงสุด UNODC จึงสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจในความสำเร็จของโครงการหลวงของประเทศไทย ผลการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ จำนวน 29 ประเทศ เข้าร่วมจำนวนรวม 550 คน จะนำไปเผยแพร่ในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดของสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ในเดือนมีนาคม 2568 ต่อไป















องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
06 มี.ค. 2569 15:12