
วันที่ 6 มีนาคม 2568 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนมีนาคม 2568 ณ ห้องประชุม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานร่วมให้มุ่งเป้าสู่ผลสำเร็จบนหลักความประหยัด เป็นไปตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การประชุมครั้งนี้ มีการรายงานแนวทางการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาบนพื้นที่สูง ในรูปแบบคณะกรรมการร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโครงการหลวงได้นำร่องบุกเบิก วิจัย พัฒนาพื้นที่สูง เห็นผลประจักษ์ชัดมาแล้ว ปัจจุบันยังคงมีความต้องการองค์ความรู้ใหม่เพื่อการพัฒนา องคมนตรีจึงเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยให้ความรู้ความเข้าใจในความปลอดภัย ส่งเสริมการใช้ชีวภัณฑ์ ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับด้านการวิจัยและพัฒนากาแฟอะราบิกา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกษตรกรชาวเขาได้รับพระราชทานต้นกาแฟเป็นพืชทางเลือกทดแทนฝิ่น และตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา ได้มีการวิจัยและพัฒนากาแฟอย่างจริงจังจนสามารถแก้ปัญหาโรคราสนิม เกิดพันธุ์ที่เหมาะสม กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ โดยโครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นการช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และจากการหารือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยริวกิว โดยโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พร้อมศึกษาดูงานที่จังหวัดโอกินาวาซึ่งเป็นจังหวัดเดียวที่สามารถปลูกกาแฟได้ มีสวนกาแฟเพียง 10 แห่ง ทำให้ประเทศนำเข้าเมล็ดกาแฟสูงถึง 5 แสนตันต่อปี โครงการหลวง สวพส และมหาวิทยาลัยริวกิว จึงมีแนวทางสร้างความร่วมมือแลกเปลี่ยนทางวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยสนใจเรียนรู้ด้านการผลิตกาแฟจากโครงการหลวง และโครงการหลวงเรียนรู้ด้านการตลาดกาแฟของประเทศญี่ปุ่น และแนวคิดในการบริหารจัดการสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะได้นำมาปรับใช้ในยุคที่ผู้สูงอายุเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน องคมนตรีได้ประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานของสถานีวิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งโครงการหลวงรับสนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนำแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ไปปรับใช้ในพื้นที่ราบสูงเป็นครั้งแรกในรัชสมัย สถานีโนนดินแดงจึงเป็นพื้นที่พัฒนาแห่งแรกของโครงการหลวงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ.2525 ให้จัดตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 เพื่อรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ภายใต้การดูแลของโครงการหลวง และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แต่ได้ปิดกิจการลงในปี พ.ศ.2543 เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจึงได้รับมอบดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดิน วิจัย สาธิต และผลิตสินค้าชุมชน ขณะนี้โครงการหลวงได้วางแผนยกระดับให้สถานีโนนดินแดงเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ สปก. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่พบปะผู้นำท้องถิ่น แล้วจึงวางแผนการพัฒนา โดยภาพรวมของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า พื้นที่ดำเนินการสถานีอยู่ด้านล่างของเขื่อนลำนางรอง จึงทำให้ค่อนข้างขาดแคนน้ำ พืชเกษตรที่ปลูกปัจจุบันคือ ยางพารา สับปะรด มันสัมปะหลัง มัลเบอร์รี กระเจี๊ยบแดง สภาพสังคมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ วัยแรงงานมักจะออกไปทำงานในพื้นที่อื่น
จากข้อมูลเบื้องต้นโครงการหลวงได้เริ่มกำหนดแผนพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) 4 กลยุทธ์ คือ 1) กลยุทธ์การวิจัย พัฒนา โดยจะเริ่มทดสอบการปลูกพืชทางเลือกที่ทนแล้งและแปรรูปได้ อาทิ แบล็กเบอร์รี โกโก้ พร้อมไปกับการปรับปรุงพืชดั้งเดิมคือ เสาวรส มันสัมปะหลัง วิจัยฟื้นฟูป่า เพิ่มอาหารสัตว์ป่า ปลูกพืชกันช้างเข้าทำลายแปลงเกษตร 2) กลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ โดยสร้างแปลงตัวอย่าง ถ่ายทอดการเรียนรู้แก่กลุ่มเกษตรกร และเยาวชน สร้างกลไกความร่วมมือ ซึ่ง 2 กลยุทธ์ที่จะเป็นแผนการดำเนนการเร่งด่วนลำดับแรก จากนั้นเข้าสู่กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาอาชีพ เน้นส่งเสริมพืชมูลค่าสูง ใช้พื้นที่น้อย ยกระดับการผลิตพืชภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร สร้างอาชีพนอกภาคเกษตร พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ส่งเสริมการตลาด และกลยุทธ์สุดท้าย กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาเยาวชนและชุมชนให้เข้มแข็ง ฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน เป้าหมายเพื่อให้ประชาชน 1,710 ครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเอง เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน และเป็นศูนย์เรียนรู้การวิจัยและพัฒนาที่ครบวงจรในอนาคต








องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
06 มี.ค. 2569 15:12