องคมนตรีประชุมสรุปผลการดำเนินงานสถานีวิจัยการเกษตรฯ โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และติดตามความก้าวหน้าพืชพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

 16 พ.ค. 2568 15:09   

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ และติดตามความก้าวหน้าพืชพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

จากการนำผลสำเร็จการดำเนินงานตามแนวพระราชทานการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนตามแบบมูลนิธิโครงการหลวง (Royal Project Model) มาปรับใช้ในพื้นที่ราบสูงเป็นครั้งแรกในรัชสมัย โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 เป็นวันก่อตั้งสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง และเริ่มดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน นับเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีการวิเคราะห์ศักยภาพ จุดแข็ง และโอกาสของพื้นที่ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดิน ตามแผนเร่งด่วนระยะแรก 1 ปี โดยมุ่งเน้นพัฒนาพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการเรียนรู้ของเกษตรกรในชุมชน ตลอดจนมีเป้าหมายในการส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ โดยการบริหารพื้นที่แปลงตัวอย่างในการวิจัยและนวัตกรรมสร้างโรงเรือนปลูกพืชเพื่อทดสอบสาธิต อาทิ เมล่อน แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศ ผักสลัด มะเดื่อฝรั่ง และคีนัว ซึ่งเป็นกลุ่มพืชที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต รวมถึงวางแผนด้านแหล่งน้ำและการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน และยังร่วมกันบูรณาการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างบุกรุก เข้าทำลายผลผลิตซึ่งเป็นปัญหาหลักในพื้นที่ รวมถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพื่อความยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้

พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้ประชุมติดตามความก้าวหน้าพืชพระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวนทั้งหมด 18 ชนิด 44 พันธุ์ ที่พระราชทานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 มาปลูกทดสอบและขยายพันธุ์รวบรวมไว้ที่ โรงเรือน “สิริวัณณวรี Botanical Garden” สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ความคืบหน้าในปัจจุบันได้ดำเนินการทดสอบวิจัย และพัฒนาพืชหลายชนิด โดยประเมินศักยภาพของพืช และกำหนดเกณฑ์การพิจารณากลุ่มพืช ออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) พืชทางเลือกใหม่ 2) พืชที่มีศักยภาพ และพัฒนาต่อยอดสู่งานส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง และ 3) พืชที่สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิต เพิ่มช่องทางตลาด โดยจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มพืชเพื่อดำเนินการวิจัยและทดสอบ พัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการในการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพ จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ ชาเขียวมัทฉะ คาเวียร์ วาซาบิ วานิลลา ลินิน อาร์ติโชค และน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 2) กลุ่มพืชเพื่อพัฒนาต่อยอด จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ กาแฟ ชาดอกกุหลาบ สนหอม รูบาร์บ กุหลาบสองสี ถั่วลันเตา และบัตเตอร์นัท ซึ่งเป็นพืชที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต โดยองคมนตรีได้เน้นย้ำในการส่งเสริม และพัฒนาสายพันธุ์กุหลาบ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสายพันธุ์ พัฒนาต่อยอดสู่การส่งเสริมอาชีพต่อไป


  


 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ