องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ปฏิบัติงานภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง และกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ ราชอาณาจักรภูฏาน ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ระหว่างวันที่ 13 – 22 ตุลาคม 2568 (ห้วงวันที่ 17 – 21 ตุลาคม 2568)

 22 ต.ค. 2568 10:58   


ห้วงวันที่ 17-21 ตุลาคม 2568 พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง พร้อมคณะทำงานอาสาสมัครและผู้แทนจากหน่วยงานความร่วมมือได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงและกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ ณ ราชอาณาจักรภูฏาน

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงาน ณ โครงการหลวงชังกะปู (Changkhaphu Royal Project) พื้นที่มีระดับความสูงมากกว่า 3,000 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 160 ไร่ ห่างจากเมืองหลวง Thimphu ประมาณ 30 นาที เป็นพื้นที่วิจัยพืชสมุนไพรพื้นที่สูง (herb garden) มีมากกว่า 32 ชนิด ร่วมกับกลุ่มชาวบ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร รวมถึงวิจัย medicinal plant ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการเลี้ยงผึ้ง (Apiculture) เพื่อผลิตน้ำผึ้งป่าและเป็นแหล่งขยายพันธุ์ไม้สนประดับ (สนคริสมาสต์) ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดสันทนาการและการเรียนรู้ Recreational Park and Educational Park จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโครงการพัฒนาทักษะเดซุง (De-suung Skilling Programme: DSP) เป็นหน่วยฝึกอบรม พัฒนาอาชีพและทักษะด้านต่างๆ อาทิ ทักษะด้านอาหาร เครื่องประดับ เซรามิค มีดดาบ รองเท้าที่ใช้ในพิธีการสำคัญ รวมถึงทักษะด้านศิลปการแสดง ให้แก่กลุ่มเยาวชนของภูฏาน โดยเรียก เยาวชนเหล่านี้ว่า “เดซุบ” โครงการนี้ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างชาติของภูฏาน โดยปัจจุบันมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 50,000 ราย


   

   


วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. ได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้า ณ เมืองสิรัง (Tsirang) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของราชอาณาจักรภูฏาน พื้นที่มีความสูงตั้งแต่ 800 – 1,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ลักษณะเป็นภูเขาสูงทรัพยากรป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศมีความหนาวเย็น จากการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ พบว่า มีคล้ายภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเหมาะสมในการปลูกกาแฟ โดยมีกลุ่มเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่กว่า 50 คน ที่มีความสนใจในการปลูกกาแฟภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Conservative Coffee: NCC) แบบโครงการหลวงเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์และใช้พื้นที่ป่าไม้ พัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมพืชที่สร้างมูลค่า ความมั่นคงด้านอาชีพและอาหารในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้มูลนิธิโครงการหลวงสนับสนุนองค์ความรู้ในการจัดการพื้นที่ป่าไม้และองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังเมืองเกเลปู (Gelephu) เพื่อทราบแนวคิด และแนวทางการพัฒนาเมืองตามโครงการ โครงการ GMC (Gelephu Mindfulness City)

วันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ได้ประชุมร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและเยาวชนเดซุป ณ โรงแรม Yangtsholing Tara Hotel เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองภายใต้โครงการ GMC ของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงมีพระราชประสงค์สร้างและพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ เริ่มโครงการนี้เมื่อ พ.ศ. 2566 ภายใต้หลักคิด 3 ประการ คือ ความมีสติ (Mindfulness) ความยั่งยืน (Sustainability) และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข (Harmony) เพื่อสร้างเมืองที่จะพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติ รวมถึงการดำรงชีวิตอย่างมีสติของผู้คน โดยราชอาณาจักรภูฏานมีเป้าหมายในการผลักดันให้เมืองนี้ก้าวขึ้นเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษและมีคุณค่าสำหรับกลุ่มคนรุ่นต่อไปกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ราชอาณาจักรภูฏาน จึงมีแนวความคิดริเริ่มการขยายองค์ความรู้ การส่งเสริมผลิตพืชการพัฒนาอาชีพด้านเกษตรลงสู่ระดับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เช่น ผักอินทรีย์ กาแฟ ไม้ดอก รวมถึงไม้ยืนต้น เพื่อการพัฒนาภูมิทัศน์ รองรับการขยายตัวเพิ่มขึ้น


   

   

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. ได้เดินทางไปยังเมืองฮาราชู (Hara Chhu) เพื่อไปติดตามความก้าวหน้าในการเพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนที่มูลนิธิโครงการหลวงได้สนับสนุนไข่ปลาเตอร์เจียน (Sturgeon eyed ova) สายพันธุ์ Siberian Sturgeon มาตั้งแต่ปี 2559 เป็นจำนวน 20,000 ฟอง และถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเพาะเลี้ยงและผลิตไข่คาเวียร์เมื่อปี2560 กระทรวงเกษตรและปศุสัตว์ได้นำไปเพาะเลี้ยงที่เมือง Haa จากนั้นในปี 2565 ได้สร้างศูนย์เพาะเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน ณ เมืองฮาราชู แล้วเสร็จจึงได้ย้ายพ่อแม่พันธุ์ปลาอายุ 8 ปี บางส่วนจากเมือง Haa มาเพาะเลี้ยง และนำเข้าไข่ปลาจากเยอรมันเพื่อเพิ่มกลุ่มประชากรปลา เพิ่มการผสมข้าม ป้องกันเลือดชิด โดยได้เริ่มเพาะเลี้ยงเพื่อผลิตเป็นการค้าในปีเดียวกัน ปัจจุบันมีปลาโตเต็มวัย ที่มีอายุพร้อมผลิตคาเวียร์กว่า 392 ตัว และลูกปลากว่า 15,000 ตัว คาดว่าจะสามารถผลิตไข่ปลาคาเวียร์ได้เองเป็นครั้งแรกของราชอาณาจักรภูฏาน โดยอนาคตตั้งเป้าขยายการผลิต พัฒนาขีดความสามารถด้านทักษะ เทคโนโลยี แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางสายพันธุ์จากนั้นได้เดินทางกลับมายังเมืองทิมพูเพื่อประชุมสรุปผลการติดตามงานและความร่วมมือระหว่างกันระยะที่ 3


   

   

   


วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ได้ประชุมสรุปผลการติดตามงานและความร่วมมือระหว่างกันระยะที่ 3 ณ โรมแรม Norkhil Resort ร่วมกับกระทรวงเกษตรและปศุสัตว์โดยมีแผนแลกเปลี่ยนและขยายผลความร่วมมือ ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมภายใต้โครงการ De-suung ระยะ 2 เดือน ด้านไม้ผล และ พืชผัก พัฒนาโครงการด้านการจัดการป่าไม้และภูมิทัศน์โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Carbon neutrality โครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต้นพันธุ์พืชในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติม เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ไม้ดอกไม้ประดับพื้นถิ่น พืชผัก ไม้ผล ประมง ไผ่ สมุนไพรพื้นถิ่นตลอดจนด้านการจัดการดินและปุ๋ย โครงการพัฒนาบุคลากรด้านกาแฟ ด้านไม้ดอกไม้ประดับ โดยการดำเนินโครงการความร่วมมือในระยะที่ 3 นี้ มุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ยั่งยืน ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยน้อมนำหลักการพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร      มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน “ช่วยเขาให้ช่วยตนเอง” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


   

   


Video Source: ข่าวในพระราชสำนัก NBT

 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ