องคมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทาน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานงานโครงการหลวง” ติดตามผลการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

 22 ธ.ค. 2568 09:16   

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โอกาสนี้ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานงานโครงการหลวง” มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ที่ปฏิบัติงานสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 79 ราย พร้อมทั้งมอบเสื้อกันหนาวสำหรับเด็กและเยาวชน จำนวน 40 คน สร้างความปลื้มปีติให้แก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพสกนิกรเสมอมา

จากนั้น เดินเยี่ยมชมการแสดงผลงานนักเรียนทาเหนือวิทยา ที่ได้มาเรียนรู้งานโครงการหลวง การแสดงผลิตภัณฑ์กลุ่มทอผ้า บ้านป่างิ้ว และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบไม้มีคุณค่า กลุ่มสตรีฮักทาเหนือ ต่อมา องคมนตรีได้ร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือ ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2521 เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงลำดับที่ 4 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อช่วยราษฎรในพื้นที่ชุมชนทาเหนือให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ป้องกันปัญหาบุกรุกทำลายป่า โดยการดำเนินงานในช่วงแรกได้รับความร่วมมือจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ในรูปแบบปลูกสร้างสวนป่า เพื่อให้ราษฎรมีรายได้จากการดูแลรักษาป่าไม้ ต่อมาปี พ.ศ. 2530 จึงเริ่มพัฒนาด้านการส่งเสริมอาชีพการเกษตรแก่ราษฎรในพื้นที่

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ทาเหนือดำเนินการมาแล้ว 47 ปี มีเกษตรกรสมาชิกจำนวน 249 ราย สร้างรายได้จากภาคการเกษตรมากกว่า 33 ล้านบาทต่อปี โดยดำเนินการส่งเสริมการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนากลุ่มสหกรณ์ กลุ่มสตรีแม่บ้าน กลุ่มผ้าทอ สมาชิกรวมทั้งสิ้น 2,786 ราย รวมทั้งการพัฒนาชุมชนเข้าสู่มาตรฐานชุมชนโครงการหลวงคาร์บอนต่ำและยั่งยืน มีสมาชิกรวม 294 ราย อีกทั้งให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสนับสนุน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ในกิจกรรมบวชป่า ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ และทำฝายชะลอน้ำ เป็นต้น โดยสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากถึง 114.61 ไร่

ต่อจากนั้นองคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมฟาร์มสาธิตกระบือนมพันธุ์เมซานา (Mehsana) ซึ่งดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GAP จากกรมปศุสัตว์ มีกระบือนมภายในฟาร์ม ทั้งหมด 16 ตัว ในปีงบประมาณ 2568 สามารถผลิตน้ำนมได้ 1.2 ตัน ปัจจุบันดำเนินการเป็นศูนย์เรียนรู้ฟาร์มสาธิตกระบือนม ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพสัตว์และการจัดการด้านอาหารสัตว์ การรีดนม มาตรฐานฟาร์มกระบือนม การผลิตปุ๋ยหมักจากมูลกระบือ และการผลิตวัสดุปลูกจากปุ๋ยหมักมูลควาย


   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   


 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ