
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 5/2569 ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด” งานโครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2569 พร้อมขับเคลื่อนการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 4.09 ล้านบาท ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวน 227 ราย ส่งเสริมการผลิต 4 กลุ่มพืช ได้แก่ ผัก ไม้ผล พืชไร่ และกาแฟ นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการโรงเรือนสร้างรายได้ในป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จำนวน 8 ราย ในพื้นที่ 20 ไร่ ส่งเสริมการปลูกพืชภายใต้โรงเรือนต้นทุนต่ำโดยประยุกต์ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ ใช้พื้นที่น้อยแต่สร้างมูลค่าสูง โดยคัดเลือกเกษตรกร นำร่อง จำนวน 10 ราย 10 โรงเรือน ด้านสาธารณสุข สุขศาลาโครงการหลวงเลอตอ ซึ่งเป็นการแพทย์เชิงรุกในชุมชน ซึ่งเดือนมกราคม มีผู้เข้ารับบริการจำนวน 469 ราย ได้ส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตรด้านงานหัตถกรรม และด้านสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม โครงการปลูกกาแฟภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 400 ไร่ ปลูกต้นไม้กว่า 200,000 ต้น มีอัตราการรอดตายอยู่ในระดับสูง สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริอย่างยั่งยืน องคมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้พร้อมในการรับเสด็จเปิดอย่างเป็นทางการ
สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ได้ขับเคลื่อนงานภายใต้แผนแม่บท โดยได้จัดเตรียมพื้นที่ปลูกพืชนอกโรงเรือน การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ และการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในแปลงพื้นที่คลองโป่ง ปัจจุบันได้รับมอบเอกสารการใช้พื้นที่สำหรับเป็นต้นแบบการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. อย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในด้านแหล่งน้ำ สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงอาคารสำนักงาน ภูมิทัศน์แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ขณะเดียวกันได้เริ่มมีผลผลิตจากการทดลองปลูกพืชภายใต้โรงเรือน จำนวน 6 ชนิด และมีแผนขยายผลการปลูกพืชทั้งในและนอกโรงเรือนในกลุ่มพืชผัก ไม้ผล พืชไร่ และไม้ดอก ในระยะต่อไป เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในการนี้ องคมนตรีได้มอบแนวทางให้ทุกหน่วยงานบูรณาการ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงาน ประเมินผลและทบทวนความก้าวหน้างานให้สอดคล้องกับแผนแม่บทให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ช่วงบ่ายองคมนตรีเป็นประธานประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง คณะทำงานอาสาสมัคร ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และบุคลากรมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการหลวง จากหน่วยงานสนับสนุนหลายภาคส่วน อาทิ การขยายผล งานโครงการหลวงสู่นานาชาติ ดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การพัฒนาทางเลือกด้านกาแฟร่วมกับ UNODC ใน สปป.ลาว การฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพสตรีและเกษตรกรบนพื้นที่สูง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศภูฏาน และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติด้านการเกษตรและไม้ดอกไม้ประดับ มีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศรวมกว่า 60 คน นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนเยาวชนโครงการหลวงเข้าร่วมโครงการฝึกงานด้านการเกษตร ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีเยาวชนผ่านการคัดเลือก 2 ราย สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อความยั่งยืนของการพัฒนาพื้นที่สูงในระยะยาว โครงการส่งเสริมเยาวชนและกลุ่มอาชีพเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การพึ่งพาตนเอง และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดของเสีย และสร้างอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานร่วมกันให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมาย “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”















องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
06 มี.ค. 2569 15:12