องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน ใน “โครงการสืบสานพระราชปณิธาน มูลนิธิโครงการหลวง” และประชุมติดตามการขับเคลื่อนงาน ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น จังหวัดเชียงราย

 06 ก.พ. 2569 15:43   

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน “โครงการสืบสานพระราชปณิธาน มูลนิธิโครงการหลวง” มอบแก่เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ลูกจ้างประจำ เกษตรกรมูลนิธิโครงการหลวง ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่รวมจำนวน 80 ชุด และมอบเสื้อกันหนาวพระราชทานให้แก่เด็กและเยาวชน จำนวน 50 ตัว เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ผู้ปฏิบัติงาน และราษฎร ในพื้นที่ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงลำดับที่ 28 ดำเนินงานมาแล้วกว่า 43 ปี โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2526 ประกอบด้วยชาติพันธุ์อาข่า ปกาเกอะญอ ลาหู่ และจีนยูนาน ครอบคลุม 9 หมู่บ้าน 13 หย่อมบ้าน ลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขาและเนินสลับซับซ้อน มีสภาพอากาศหนาวเย็น มีต้นชาป่าอัสสัมขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก การดำเนินงานมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูงควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โอกาสนี้ องคมนตรีรับฟังสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ประกอบด้วยการพัฒนาและการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรสมาชิก 428 ราย ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้กว่า 9.2 ล้านบาท จากการส่งเสริมปลูกพืชหลัก อาทิ ผัก ผลไม้ ชา และกาแฟ พร้อมขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ผ่านกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มสหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น กลุ่มปักลายผ้าอาข่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟอาราบิกา รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ การทำแนวป้องกันไฟป่า กิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ โครงการสวมหมวกให้ดอย เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมามีพื้นที่ สีเขียวเพิ่มขึ้น 333.5 ไร่ จากความร่วมมือของเกษตรกร 29 ราย เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกกล้วยน้ำว้า 55,000 บาทต่อรายต่อปี และมีรายได้จากกาแฟเฉลี่ย 94,500 บาทต่อรายต่อปี อีกทั้งมุ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการผลิตชาอินทรีย์แบบครบวงจร พร้อมกันนี้ ได้วางแผนขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตในปี 2569 โดยส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตกาแฟจาก 30,000 กิโลกรัม เป็น 200,000 กิโลกรัม การพัฒนาการผลิตชาขาวเพื่อการแปรรูป และการส่งเสริมการส่งมอบผลผลิตบ๊วยเขียวจาก 10,000 กิโลกรัม เป็น 20,000 กิโลกรัม เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงบ่ายเดินทางไปยังหน่วยย่อยป่าม่วง เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้าง จุดติดตั้งเครื่องสีกะลากาแฟ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแปรรูปกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ พร้อมรับฟังรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน แนวทางการบริหารจัดการ และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการแปรรูป เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน


   

   

   

   

   

   

   

   


 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ