องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

 06 มี.ค. 2569 14:38   

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปติดตามการดำเนินงาน ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในการนี้ องคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมร้านสวัสดิการของศูนย์ฯ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูปของเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ โดยเป็นจุดแวะพักผ่อนระหว่างทาง ใช้บริการห้องน้ำ แวะชิม ขนม ชา กาแฟ โครงการหลวง พร้อมสามารถเลือกซื้อ ผัก ผลไม้ และเยี่ยมชมร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ของศูนย์ฯ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช โดยมีการจำหน่ายพันธุ์ไม้ผล และสมุนไพรหลากหลายชนิด อาทิ มะเดื่อฝรั่ง เสาวรส อะโวคาโด อาบิว และโรสแมรี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว เป็นศูนย์ลำดับที่ 21 ในการพัฒนาพื้นที่สูงตามแนวพระราชดำริ ดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรสมาชิก จำนวน 243 ราย มุ่งผลิตพืชเศรษฐกิจภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค พืชสำคัญที่ส่งเสริม ได้แก่ ผักกาดขาวปลี มะเขือม่วงก้านเขียว อะโวคาโด รวมถึงไม้ดอกมูลค่าสูง เช่น กลอริโอซา และปทุมมา ซึ่งเป็นพืชทดแทนการปลูกฝิ่น สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการผันน้ำจากพื้นที่สูงบริเวณต้นน้ำห้วยผาแดงระยะทางกว่า 14 กิโลเมตรเพื่อใช้อุปโภคและบริโภคในชุมชน และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาทุกปีเกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ขณะที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของชุมชน และการทำการเกษตร จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 เข้าดำเนินการก่อสร้างถังเก็บน้ำขนาด 100 ลบ.ม. และปรับปรุงพลาสติกปูบ่อที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บให้สามารถเก็บน้ำได้ประมาณ 900 ลบ.ม. องคมนตรีได้เน้นย้ำความร่วมมือการแก้ไขปัญหาระบบการจัดการน้ำทั้งในพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามแนวทาง “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตลอดจนปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่


   

   

   

   

   

   

   

   


 ข่าวสารและกิจกรรม อื่นๆ