วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 1/2570 เพื่อติดตามและกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ในปีงบประมาณ 2570 ให้สอดคล้อง กับพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โดยเน้นการนำแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก (ลำดับที่ 39) ซึ่งเป็น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งแรกในรัชสมัย จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นผืนสุดท้าย การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความยากจน ตลอดจนการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและแหล่งน้ำเพื่อรองรับการเกษตรและการดำรงชีวิตของชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ ในปี 2570 มีแผนส่งเสริมการปลูกผัก ไม้ผล พืชไร่ และกาแฟ มีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรม 240 ราย คาดว่าจะสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรในพื้นที่ 4.55 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพัฒนาพื้นที่ 12 ไร่ บ้านจ่อคี เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตปุ๋ย การขยายพันธุ์พืช และการปลูกพืช พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชนกว่า 1,000 คน ส่งผลให้เกษตรกรนำความรู้ไปต่อยอดและลงทุนสร้างโรงเรือนด้วยตนเอง 9 โรงเรือน รวมทั้งส่งเสริมงานหัตถกรรมผ้าย้อมสีธรรมชาติแก่สมาชิก 30 คน คาดว่าจะสร้างรายได้แก่สมาชิกกว่า 5 แสนบาท
สำหรับ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ (ลำดับที่ 40) ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการขยายผลการพัฒนาจากพื้นที่สูงสู่พื้นที่ราบสูงตามแนวทางโครงการหลวง ซึ่งพื้นที่มีปัญหาความขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ปัญหาการเพาะปลูกและสภาพดินที่เหมาะสม รวมถึงปัญหาเรื่องช้างบุกรุก ในปี 2570 มีแผนพัฒนาแปลงทดสอบและสาธิตการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก 130 ตัน และทดลองปลูกกาแฟโรบัสต้าภายใต้ร่มเงา อะโวคาโด น้อยหน่า และโกโก้ ควบคู่กับการวางระบบป้องกันช้างบุกรุก ตั้งเป้ารับสมัครเกษตรกรสมาชิกโครงการหลวง 50 ราย พร้อมอบรมมาตรฐาน GAP และคัดเลือกพืชศักยภาพ โดยเฉพาะเสาวรส เพื่อขยายผลสู่เกษตรกรต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรฐานการผลิตกาแฟ โดยเสนอให้จัดทำมาตรฐาน Rainforest Alliance สำหรับกาแฟใน 3 ศูนย์ ได้แก่ ป่าเมี่ยง ตีนตก และห้วยน้ำขุ่น ซึ่งมีผลผลิตกาแฟกะลาที่เกษตรกรส่งมอบใน ปี 2569 จำนวน 1,154 ตัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ปัจจุบันกาแฟของโครงการหลวงได้รับการรับรอง 2 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน Rainforest Alliance จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
ในช่วงบ่าย องคมนตรีรับมอบใบรับรองมาตรฐาน GAP สำหรับฟาร์มผึ้ง จากปศุสัตว์เขต 5 เพื่อรับรองผลสำเร็จ ในการยกระดับกระบวนการผลิตน้ำผึ้งของเกษตรกรให้มีคุณภาพและความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มูลนิธิโครงการหลวงได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งของเกษตรกรในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง จังหวัดเชียงใหม่ ให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง ผ่านการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มผึ้ง (GAP) ตามมาตรฐาน มกษ. 8200-2559 ครบทั้ง 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 นับเป็นผลสำเร็จในการยกระดับคุณภาพผลผลิตและมาตรฐานการผลิตของโครงการหลวง
จากนั้นองคมนตรีเป็นประธานการประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2569 ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง คณะทำงานอาสาสมัคร ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และบุคลากรมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 และแผนการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2570 ในพื้นที่โครงการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการข้อมูลและแผนงาน ทั้งด้านสภาพอากาศ การพัฒนาพื้นที่สูง การพัฒนาที่ดิน การป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด และการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
องคมนตรีเป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรมูลนิธิโครงการหลวง ผู้มีผลงานดีเด่นด้านงานวิจัย จำนวน 2 ราย จากผลงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์กุหลาบโครงการหลวง ซึ่งได้มุ่งพัฒนาพันธุ์กุหลาบที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูง ลดการพึ่งพาพันธุ์นำเข้า และเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกร โดยสามารถพัฒนาและขึ้นทะเบียนพันธุ์กุหลาบได้รวม 21 พันธุ์ ผลงานที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนากุหลาบพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะโดดเด่นและมีศักยภาพในการผลิตเชิงพาณิชย์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชในนามมูลนิธิโครงการหลวง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อว่า “กุหลาบควีนสุทิดา”
โอกาสนี้ องคมนตรีได้ให้นโยบายและแนวทางการดำเนินงาน โดยเน้นการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต สร้างโอกาสและรายได้แก่เกษตรกร และสนับสนุนการพัฒนางานโครงการหลวงให้เกิดความยั่งยืน




องคมนตรีประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 3/2569
18 ก.ย. 2569 09:14



องคมนตรีเป็นประธานมอบโล่รางวัล โครงการประกวดแต่งเพลงประจำมูลนิธิโครงการหลวง
14 ก.ย. 2569 11:48